รับจํานองที่ดินตาบอด โฉนด ที่ดิน

รับจํานองที่ดินตาบอด โฉนด ที่ดิน

รับจํานองที่ดินตาบอด โฉนด ที่ดิน ที่ดินตาบอดคืออะไร สามารถหาทางออกได้อย่างไรบ้าง?หลายท่านอาจเคยได้ฟังคำว่าที่ดินตาบอด แต่ไม่ทราบว่าที่ดินตาบอดคืออะไร แล้วที่ดินแบบไหนถึงเรียกที่ดินตาบอด หรือท่านที่เป็นเจ้าของที่ดินตาบอดไว้อยู่แล้ว แต่ว่ายังไม่รู้ถึงสิทธิสำหรับการขอเพื่อออกไปสู่ทางสาธารณะได้ ในเนื้อหานี้พวกเรามีคำตอบให้ขอรับตามประมวลกฏหมายเเพ่งเเละการซื้อขายมาตรา 1349 ที่ดินตาบอด หมายถึงที่ดินเเปลงหนึ่งที่มีที่ดินเเปลงอื่นล้อมอยู่จนถึงไม่มีวันออกถึงสาธารณะได้ รับจํานองที่ดินตาบอด หรือที่ดินเเปลงนั้นมีทางออกสู่สาธารณะได้ เเต่จำต้องข้ามบึงหรือที่ชัน ซึ่งทำให้เจ้าของที่ดินนั้นตกระกำลำบากเกินควร ดังนั้นเองกฎหมายก็เลยให้สิทธิ์เเก่เจ้าของที่ดินเเปลงนั้น สามารถเดินผ่านที่ดินซึ่งล้อมอยู่

ไปสู่ทางสาธารณะได้สำหรับผู้เป็นเจ้าของที่ดินตาบอด ยังมีทางออกสำหรับปัญหานี้ โน่นเป็น สิทธิสำหรับเพื่อการวิงวอนทางจำเป็นจะต้อง อสังหาริมทรัพย์ เพื่อใช้สำหรับการเข้าออกไปสู่ทางสาธารณะได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งแล้วก็พานิชย์ มาตรา 1349ที่ดินแปลงใดมีที่ดินแปลงอื่นล้อมอยู่กระทั่งไม่มีทางออกถึงถนนสาธารณะได้ไซร้ ท่านว่าเจ้าของที่ดินแปลงนั้นจะผ่านที่ดินซึ่งล้อมอยู่ไปสู่ทางสาธารณะได้ที่ดินแปลงใดมีทางออกได้แม้กระนั้นเมื่อจำเป็นต้องผ่านสระ บ่อน้ำ หรือทะเล

หรือมีที่ชันอันระดับที่ดินกับทางสาธารณะสูงขึ้นยิ่งกว่ากันมากไสร้ ท่านว่าให้ใช้ความลับวรรคต้นบังคับที่รวมทั้งขั้นตอนการทำทางผ่านนั้นต้องเลือกให้พอควรแก่ความต้องการของผู้มีสิทธิจะผ่าน กับอีกทั้งให้พิจารณาถึงที่ดินที่ล้อมอยู่ให้เสียหายแต่ว่าต่ำที่สุดที่จะเป็นไปได้ ถ้าจำเป็นผู้มีสิทธิจะผ่านจะสร้างถนนเป็นทางผ่านก็ได้ผู้มีสิทธิจะผ่าน

จำเป็นต้องใช้ค่าชดเชยให้แก่เจ้าของที่ดินที่ล้อมอยู่ เพื่อความเสียหายอันกำเนิดแต่เหตุที่มีทางผ่านนั้น ค่าทดแทนนั้นเว้นเสียแต่ค่าเสียหายเพราะเหตุว่าสร้างถนน ท่านว่าจะกำหนดเป็นเงินปีก็ได้
จะเห็นว่า การครอบครองที่ดินตาบอดนั้นไม่ได้ห่วยเสมอไป

เพราะยังมีทางออกให้แก่เจ้าของที่ดิน นั่นคือสิทธิในการวิงวอนทางต้อง เพื่อใช้เปิดช่องไปสู่ถนนสาธารณะ ซึ่งเป็นสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่จำเป็นที่ต้องจดทะเบียนต่อข้าราชการ แม้กระนั้นเจ้าของที่ตาบอดต้องมีค่าชดเชยให้กับเจ้าของที่ที่ล้อมอยู่ด้วย

ซึ่งนับว่าเป็นค่าทางผ่านและส่งผลให้เกิดความทรุดโทรมบนที่ดินของผู้อื่นแต่ถ้าคุยกันแล้วไม่สามารถตกลงกันได้ เจ้าของที่ตาบอด สามารถฟ้องขอเปิดช่องจำเป็นจะต้อง ออกสู่ทางสาธารณะได้ (ตาม เปรียญพ.พ.มาตรา 1349 วรรคหนึ่ง) หรือถ้าหากเจ้าของที่แปลงที่ล้อมอยู่นั้นได้รับความเสื่อมโทรมจากการเปิดทางจำเป็นจะต้อง ก็มีสิทธิเรียกร้องค่าชดเชยเป็นค่าทำขวัญได้ (ตามมาตรา 1349 วรรคสี่).

จะเห็นว่า การมีไว้ในครอบครองที่ดินตาบอดนั้นมิได้แย่เสมอไป

เพราะเหตุว่ายังมีทางออกให้แก่เจ้าของที่ โน่นเป็นสิทธิสำหรับในการวิงวอนทางจำเป็นต้อง เพื่อใช้เปิดช่องไปสู่ทางสาธารณะ ซึ่งเป็นสิทธิตามกฎหมาย ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องขึ้นทะเบียนต่อข้าราชการ

แต่เจ้าของที่ดินตาบอดจะต้องมีค่าชดเชยให้กับเจ้าของที่ที่ล้อมอยู่ด้วย ซึ่งนับว่าเป็นค่าทางผ่านและนำไปสู่ความเสียหายบนที่ดินของผู้อื่นแต่แม้พูดคุยกันแล้วไม่อาจจะตกลงกันได้ เจ้าของที่ตาบอด สามารถฟ้องขอเปิดทางจำเป็น

ออกสู่ถนนสาธารณะได้ (ตาม เปรียญพ.พ.มาตรา 1349 วรรคหนึ่ง) หรือแม้เจ้าของที่แปลงที่ล้อมอยู่นั้นได้รับความเสียหายจากการเปิดทางจำเป็นจะต้อง ก็มีสิทธิเรียกร้องค่าชดเชยเป็นค่าปรับได้ (ตามมายี่ห้อ 1349 วรรคสี่).กรรมวิธีเสียภาษีโรงเรือนแล้วก็ที่ดิน

1. ผู้มีหน้าที่เสียภาษีอากรต้องยื่นแบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษีโรงเรือนและก็ที่ดิน (ภ.กรมการรักษาดินแดน 2) ให้สำนักงานเขตหรือเทศบาลที่ทรัพย์สินนั้นตั้งอยู่ตั้งแต่ม.ค.ถึงกุมภาพันธ์ พร้อมเอกสารที่ใช้ประกอบกิจการเสียภาษีอากรดังต่อไปนี้สำเนาบัตรประชาชนสำเนาทะเบียนบ้านสำเนาโฉนดที่ดินที่ปลูกโรงเรือนสำเนาสัญญาซื้อขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

หรือสำเนาสัญญาการเช่าเอกสารการเขียนทะเบียนอื่นๆที่แสดงถึงการใช้ผลดีต่อสิ่งก่อสร้าง เป็นต้นว่า ทะเบียนพาณิชย์ หนังสือรับรองการเขียนทะเบียนนิติบุคคล ใบอนุมัติประกอบกิจการ หรือใบอนุญาตใช้สถานที่ขายอาหาร ฯลฯใบรับเงินจ่ายค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินปีที่ผ่านมา (ถ้าเกิดมี)

2. ข้าราชการทำการตรวจไตร่ตรองแบบที่ยื่นมา และอาจเรียกให้แสดงรายละเอียดเพิ่มเติม (ถ้าหากปรารถนา) โดยข้าราชการจะกำหนดชนิดสินทรัพย์และค่ารายปีของทรัพย์สินนั้น เพื่อประเมินภาษีที่จะต้องให้ผู้ยื่นชำระ

3. ข้างหลังวิธีการประเมินเสร็จสิ้นผู้ยื่นภาษีจะได้รับแบบแจ้งรายการประเมินภาษีโรงเรือนและก็ที่ดิน (ภ.กรมการรักษาดินแดน 8) รวมทั้งจำเป็นต้องจ่ายภาษีดังที่แจ้งด้านใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่ได้รับแบบ ภ.ร.ด. 8

4. แม้ผู้ยื่นภาษีไม่สบอารมณ์กับจำนวนเงินที่ต้องชำระ สามารถยื่นคำร้องขออุธรณ์ให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการประเมินภาษีใหม่ได้ ซึ่งจำเป็นต้องปฏิบัติภายใน 15 วันตั้งแต่แมื่อวันที่ได้รับแบบ ภ.กรมการรักษาดินแดน 8

5. เมื่อจ่ายภาษีเสร็จสมบูรณ์ ผู้ยื่นจะได้บิลซึ่งใช้ประโยชน์ประกอบการยื่นแบบ ภ.ร.ด. 2 ในปีถัดไปโทษปรับของการไม่เสียภาษีโรงเรือนรวมทั้งที่ดิน

1. ผู้ที่ไม่ให้ความสนใจไม่ยื่นแบบ ภ.ร.ด. 2 ตรงเวลาที่ระบุจะมีโทษปรับ 200 บาท และถูกเรียกเก็บภาษีโรงเรือนรวมทั้งที่ดินย้อนหลังตามจำนวนปีที่ไม่เอาใจใส่ไม่เกิน 10 ปี

2. คนที่ยื่นแบบ ภ.กรมการรักษาดินแดน 2 เป็นเท็จเพื่อเลี่ยงภาษีจะมีโทษติดคุก 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 500 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และก็ถูกเรียกเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดินย้อนหลังตามปริมาณปีที่เป็นเท็จไม่เกิน 5 ปี

3. ผู้ที่จ่ายภาษีล่าช้าเกินกำหนด 30 วันตั้งแต่แมื่อวันที่ได้รับแบบ ภ.กรมการรักษาดินแดน 8 จำเป็นต้องเสียภาษีเพิ่มดังต่อไปนี้ระยะเลาเสียภาษีอากรเพิ่มไม่เกิน 1 เดือน

2.5%เกิน 1 เดือน
5%เกิน 2 เดือน
7.5%เกิน 3 เดือน
10%เกิน 4 เดือนขึ้นไปอายัดทรัพย์สินหรือขายทอดตลาดล่าช้าไม่เกิน 1 เดือน

ให้เพิ่มจำนวนร้อยละ 2.5 ของภาษีที่ติดหนี้ลาช้าเกิน 1 เดือนแต่ไม่เกิน 2 เดือน ให้เพิ่มปริมาณร้อยละ 5 ของภาษีที่ติดหนี้ล่าช้าเกิน 2 เดือนแต่ไม่เกิน 3 เดือน

ให้เพิ่มจำนวนร้อยละ 7.5 ของภาษีที่ติดหนี้ล่าช้าเกิน 3 เดือนแต่ไม่เกิน 4 เดือน ให้เพิ่มปริมาณร้อยละ 10 ของภาษีที่ติดหนี้ชักช้าเกิน 4 ข้างขึ้นไป ให้อายัดทรัพย์สินหรือขายทอดตลาดได้โดยไม่ต้องออกหมายยึด

ที่ดินรกร้างเสียภาษีอากรมากแค่ไหนที่ดินจำพวกรกร้างว่างเปล่าจำเป็นต้องเสียภาษีในอัตรา ดังต่อไปนี้

– ค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท อัตราภาษี 0.3%

– มูลค่าเกิน 50-200 ล้านบาท อัตราภาษี 0.4%

– มูลค่าเกิน 200-1,000 ล้านบาท อัตราภาษี 0.5%

– มูลค่าเกิน 1,000-5,000 ล้านบาท อัตราภาษี 0.6%

– ราคาเกิน 5,000 ล้านบาทขึ้นไป อัตราภาษี 0.7%แล้วก็เสียเพิ่ม 0.3% ทุก 3 ปี

แม้กระนั้นรวมแล้วไม่เกิน 3%กำหนดเกณฑ์ที่ดินรกร้าง-ที่ดินเกษตรอย่างไรก็ดี กระทรวงการคลังจะนำมาตรฐานระบุที่ดินประเภทเกษตรกรรมของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาตรึกตรองร่วมด้วย สำหรับหลักเกณฑ์ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ใช้ประกอบกิจการพินิจพิเคราะห์ขึ้นบัญชีเกษตรกร วิธีการทำการกสิกรรม ดังเช่นว่า

1. วิธีการทำทุ่งนาหรือทำไร่อย่างใดอย่างหนึ่งหรือรวมกันบนพื้นที่ตั้งแต่ 1 ไร่ขึ้นไป

2. การปลูกผัก หรือการปลูกไม้ดอกไม้ประดับ เพาะเห็ด ปลูกพืชอาหารสัตว์ อย่างใดอย่างหนึ่งหรือรวมกัน เนื้อที่ตั้งแต่ 1 งานขึ้นไป

3. ปลูกไม้ผล หรือไม้ยืนต้น หรือการปลูกสวนป่า ปลูกป่าเศรษฐกิจแบบสวนเฉพาะอย่างใดอย่างหนึ่งหรือรวมกัน บนเนื้อที่ตั้งแต่ 1 ไร่ และก็มีปริมาณต้นตั้งแต่ 15 ต้นขึ้นไป

4. การปลูกไม้ผล หรือไม้ยืนต้นแบบสวนผสมผสาน อย่างใดอย่างหนึ่งหรือรวมกัน บนพื้นที่ตั้งแต่ 1 ไร่ รวมทั้งมีปริมาณต้น 15 ต้นขึ้นไป

5. การเลี้ยงแม่วัวนมตั้งแต่ 1 ตัวขึ้นไป

6. การเลี้ยงวัว หรือกระบือ อย่างใดอย่างหนึ่งหรือรวมกัน ตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไป

7. การเลี้ยงหมู แพะ หรือแกะ อย่างใดอย่างหนึ่งรวมกัน ตั้งแต่ 5 ตัวขึ้นไป

8. การเลี้ยงสัตว์ปีก ตั้งแต่ 50 ตัวขึ้นไป

9. การเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ

10. การทำนาเกลือมหาสมุทร บนเนื้อที่ตั้งแต่ 1 ไร่ขึ้นไป

11. การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม อย่างใดอย่างหนึ่งหรือรวมกัน

12. การเพาะเลี้ยงแมลงเศรษฐกิจแล้วก็เกษตรอื่นๆอาทิเช่น การเลี้ยงผึ้งพันธุ์ ผึ้งโพรง ชันโรง ครั่ง จิ้งหรีด ด้วงสาคู ไส้เดือนดิน อื่นๆอีกมากมาย

13. การประกอบการเกษตรอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายแบบรวมกัน นอกจากมาตรฐานที่กำหนดตามข้อ 1-12 รวมทั้งมีรายได้ตั้งแต่ 8,000 บาท/ปีขึ้นไปโดยจะมีการปรับแก้ให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และเจตนาของข้อบังคับภาษีที่ดินแล้วก็สิ่งก่อสร้างนิดหน่อยบางทีอาจเป็นไปตามเกณฑ์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

เล็กน้อยอาจเป็นหลักเกณฑ์ที่เข้มข้นกว่า หรือที่ผ่อนผันมากยิ่งกว่าก็มี สำหรับกฏเกณฑ์ที่จะระบุขึ้นนี้จะเสร็จและก็ประกาศใช้ทันช่วงเวลาที่ขยายให้ท้องถิ่นรับชำระภาษี

เรื่องควรทราบ การใช้ที่ดินเป็นหลักประกันตามกฎหมายการรับรองด้วยสินทรัพย์ตามกฎหมายหากว่าไม่นับสมบัติพัสถานอิงสิทธิซึ่งเป็นสิทธิในอสังหาริมทรัพย์โดยชอบด้วยกฎหมายเฉพาะที่เพิ่งประกาศใช้ไปไม่นาน โดยหลักแล้วการรับรองด้วยทรัพย์ตามกฎหมายนั้นมี 2 ลักษณะแบ่งตามรูปแบบของสินทรัพย์ คือ

1. สังหาริมทรัพย์หรือทรัพย์สมบัติที่เปลี่ยนที่ได้ การรับรองด้วยทรัพย์ทำด้วยการจำนอง คือ การมอบสังหาริมทรัพย์นั้นไว้ให้แก่เจ้าหนี้เพื่อเป็นหลักประกันว่าจะใช้หนี้ ถ้าผิดนัดจ่ายและชำระหนี้ เจ้าหนี้สามารถบังคับเอาหลักประกันที่จำนองนั้นตามกระบวนการที่ข้อบังคับกำหนดไว้ได้

2. อสังหาริมทรัพย์ หรือทรัพย์ที่ไม่สามารถย้ายที่ได้ อย่างเช่น ที่ดิน รวมทั้งสิ่งก่อสร้างต่างๆแล้วก็สังหาริมทรัพย์พิเศษ เป็นต้นว่า สัตว์ยานพาหนะที่ข้อบังคับระบุว่าควรจะมีทะเบียน รวมทั้งเรือที่มีระวางตั้งแต่ 5 ตันขึ้นไปสมบัติพัสถานชนิดนี้กฎหมายกำหนดให้นำไปค้ำประกันด้วยการจำนอง จำต้องประพฤติตามแบบที่ราชการระบุ แล้วก็ไปลงทะเบียนกับสำนักงานที่ดินที่ทรัพย์สินตั้งอยู่ เสียค่าบริการ

แล้วก็จะมีการบันทึกรายการจดทะเบียนจำนองนั้นไว้ที่ข้างหลังรายการสารบาญจดทะเบียนเพื่อที่คนทั่วๆไปมาตรวจดูจะรู้ว่ามีการใช้ทรัพย์สมบัตินั้นเป็นประกันเมื่อลูกหนี้ผิดนัด เจ้าหนี้ก็สามารถบังคับกับหลักประกันนั้นได้ เรียกว่าการบังคับจำนอง โดยการฟ้องต่อศาลเพื่อบังคับเอาหลักประกันนั้นออกขาย ขายได้เท่าใด

เจ้าหนี้จำนำจำต้องได้รับชำระหนี้จนกระทั่งครบก่อนเจ้าหนี้อื่น เรียกว่ามีบุขอบสิทธิเหนือเจ้าหนี้อื่นๆสำหรับทรัพย์สมบัตินั้นการค้ำประกันด้วยโฉนดที่ดินของคุณปู่ผู้เสียหายที่เป็นข่าวผู้เสียหายตามข่าวที่เอาโฉนดที่ดินไปรับรองไว้เป็นอีกกรณีหนึ่ง ไม่ใช่การรับประกันด้วยทรัพย์โดยชอบด้วยกฎหมาย แต่เป็นการนำโฉนดที่ดินไปเป็นประกันต่อตำรวจเพื่อขอให้ปล่อยตัวผู้ต้องหาระหว่างสอบปากคำ

ไม่มีการเขียนทะเบียนจำนองการตกลงประกันตัวในคดีอาญาด้วยอสังหาริมทรัพย์แบบงี้ก็สามารถทำตามอย่างข้อบังคับได้ด้วยเหมือนกัน ทั้งยังในชั้นสืบสวน (ตำรวจ) ชั้นอัยการ หรือชั้นศาลก็ตาม โดยหน่วยงานราชการที่รับหลักประกันจะลงลายลักษณ์อักษรรับรองไว้กับเจ้าของทรัพย์สมบัติซึ่งเป็นผู้รับประกัน

รับหน้าที่ประกันตัวผู้ต้องหาหรือเชลยผู้ครอบครองสมบัติพัสถานหรือผู้รับประกันนี้มีบทบาทจึงควรพาเพศผู้ต้องหาจำเลยไปพบตำรวจ อัยการ หรือศาลตามที่ตั้งไว้ มิเช่นนั้นหน่วยงานที่รับหลักประกันก็จะจัดการบังคับกับหลักประกันตามข้อกำหนดของหน่วยงานนั้นๆตัวอย่างเช่น นำออกขายขายทอดตลาด เพื่อนำเงินที่ได้มาชำระค่าปรับจากการผิดสัญญารับรอง ตามวงเงินรับรองที่กำหนดไว้ในสัญญาประกันต่อไป